การสร้างแบรนด์เบื้องต้นกับร้านตัดขนสุนัข

 

เดี๋ยวนี้ การตลาดมีการพัฒนามากขึ้น เรามักจะนำ การตบแต่งร้าน สวยๆ ไปรวมกับการขายสินค้า และบริการ  มีผล ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น จากอดีตร้านโชว์ห่วย กลายเป็น เซเว่น อีเลเว่น  ฉนั้นการจะเปิดร้านอาบน้ำตัดขน จะมีเพียงกั้นกระจกใส ๆ  และมีโต๊ะตัดคงไม่เพียงพอแล้ว  ต้องมีสีสรร มีแอร์เย็นๆ มีโลโก้ มีการวางตำแหน่งของลูกค้า อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Read more

กรรไกรตัดขนสุนัข

            กรรไกร คืออุปกรณ์สำคัญ ในร้านอาบน้ำตัดขน หรือร้าน grooming เลย เรานิยมใช้กรรไกร ตัดแต่งขนสุนัขในส่วนที่ พื้นผิวไม่เรียบ เช่นขา หัว  ส่วนที่เรียบ เรานิยมใช้ปัตตาเลี่ยน ไถนั่นเอง  กรรไกรยังเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการตัดขน ออกส่วนน้อย เหลือให้ยาว อีกด้วย  กรรไกรตัดขนสุนัข อาจมีหลาย ขนาดความยาว แล้วแต่ลักษณะงาน หรือมือของช่าง เอง

กรรไกร ที่ใช้ในร้านตัดขนสุนัข มี 3 ชนิด กรรไกรตรง Straight Scissors ,กรรไกรโค้ง Curved Scissors  ,กรรไกรซอย Thinning Scissors กรรไกรที่นำมาใช้ ส่วนใหญ่ มีขนาดยาวกว่าใช้ตัดผมคน ส่วนใหญ่เริ่มที่ 7นิ้ว ถึง 10นิ้ว 

 

กรรไกร ตรง Straight Scissors  ถือเป็นกรรไกร ที่ใช้งานเยอะที่สุด   ลักษณะงานที่ใช้ คือ ต้องการเส้นตรง เช่น ขา ลำตัว คอ สุนัข

<img class="aligncenter wp-image-990" src="http://perfectdogsthailand.com/wp-content/uploads/2014/11/201067_8819.jpg" alt="กรรไกรตรง" width="225" height="225" srcset="http://perfectdogsthailand.com/wp-content/uploads/2014/11/201067_8819 read this post here.jpg 600w, http://perfectdogsthailand.com/wp-content/uploads/2014/11/201067_8819-150×150.jpg 150w, http://perfectdogsthailand.com/wp-content/uploads/2014/11/201067_8819-300×300.jpg 300w” sizes=”(max-width: 225px) 100vw, 225px” />

  

กรรไกรโค้ง Curved Scissors   เราใช้การตัดแบบ โค้ง เช่นหัวสายพันธุ์ Poodle  หรือปลายเท้ากลม


กรรไกรโค้ง

 

กรรไกรสุดท้าย คือ กรรไกรซอย  ไว้ใช้งานเก็บงาน  ลบ ขนไม่เรียบ หรือขั้น บันได  ให้เรียบขึ้น

 

 

 

กรรไกรซอย

 

                  ผมเอง ใช้กรรไกร มาหลากหลาย ยี่ห้อ ราคาก็ตั้งแต่ 280 – 15,000 บาท   แต่ที่ประทับใจ ที่สุดคือ กรรไกร ที่มาจากประเทศเยอรมัน  เพราะได้ทั้งความคม และน้ำหนักที่เหมาะสมกับ มือ

กรรไกร ดีๆ พอตัดออกมาแล้วสุนัขสวย ข่างก็มีความสุข กับฝีมือตนเอง  หากท่านที่ต้องการซื้อแนะนำให้ไปจับก่อนดูก่อน  หากเป็นไปได้ ลองตัดขนดู ว่าถนัดมือหรือเปล่า

 

Cr. http://perfectdogsthailand.com

 

วัตถุประสงค์หลัก ของทดลองเรียนฟรี

ทดลอง เรียนตัดขนสุนัข แบบฟรีๆ @ Perfectdogs 

 

          เมื่อผม นึกย้อน เวลากลับไป จากจุดเริ่มต้น ของอาชีพช่างตัดขนสุนัข นี้  โอ่  เงินทุนเริ่มต้น  สำคัญมากๆ  

ช่วงเวลานั้น ก็ ไม่เจอใครสักคนเลย ที่ช่วยเราได้  ฉนั้น เมื่อสะสมเงินได้แล้ว อย่าให้เสียไปอย่างน่าเสียดาย 

เราควรมีความรู้กับสิ่งๆนั้นบ้าง  เมื่อเรา มีความรู้แล้ว  เราอาจจะเข้าใจ มั่นใจ ในสิ่งนั้น

หรืออาจตัดสินใจไม่ซื้อเลย ก็เป็นได้  ??? และ เราไม่ชอบ ยัดเยียด สินค้า เมื่อลูกค้า ไม่ได้ใช้ ประโยขน์จากมัน

ด้วยเหตุผล ข้างต้นนี้ ผมจึง อยากสอน ครั้งแรกให้ฟรีก่อน

โดยเนื้อหาทั่วไป

-เรื่องทั่วๆไป เกี่ยวกับ ร้านอาบน้ำตัดขน

-ช่องการทำรายได้  ของธุรกิจนี้  

-หัวใจ ของธุรกิจ หลักการทำร้านให้มีรายได้ สม่ำเสมอ และการโฆษณา

-ลักษณะงานอาบน้ำตัดขน และขั้นตอน ต่างๆ แบบมืออาชีพ

-เยี่ยมชม และสัมผัส การทำงานจริง ในร้าน

ใช้เวลาเพียงประมาณ 3-5 ชั่วโมง เท่านั้น  คุณสามารถตอบตนเองได้แล้ว

ว่ายังสนใจ หรือไม่   หากยังสนใจเหมือนเดิม ค่อยมาพิจารณาเรื่องสถานที่เรียน ที่ตอบโจทย์ของคุณ มากที่สุดครับ

 

 

 

 



สอนตัดขน

 เดือนนี้ ค่าเรียนตัดขนสุนัข ลดพิเศษ ลด 10%  

สอบถาม อ.โดยตรงได้เลย โทร 0814977774 หรือ0890742999

 

เรียนรู้กับ ช่างตัดขน ที่มีประสบการณ์มากมาย  ท่านจะได้ประสบการณ์ จากช่าง มากมาย

เรียนรู้ กับผู้ที่ประสบความสำเร็จ  ท่านจะได้ หนทางมากมาย แห่งความสำเร็จ 

 

                  ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี  เริ่มจาก เด็กอาบน้ำสุนัข จนเจ้าของกิจการ ที่มีฐานลูกค้ามากที่สุด ย่านฝั่งธนฯ  จะดีเพียงไหน หากท่านได้เรียนกับ ช่าง โดยตรง แต่ช่างคนนี้ ไม่สอนเพียงตัดขน สอนไปถึงแนวความคิดในการทำธุรกิจสัตว์เลี้ยง  สิ่งที่ท่านได้รับ คือ ประสบการณ์ตรง เทคนิคต่างๆ มากมาย อาทิ

ลงทุน อย่างมืออาชีพ เค้าคิดอย่างไรกัน

ไม่มีเงินทุนเปิดร้าน Petshop ควรทำอย่างไร ???

เมื่อมีเงินทุนแล้ว ต้องทำอย่างไร  ???

ทำเลทอง ของร้านอยู่ที่ไหน ???  ควรใช้พื้นที่เท่าไร ???

ตบแต่งร้านอย่างไรให้ได้ล้าน  555

 

                   การทำธุรกิจ วิธีคิดสิ สำคัญ มากๆ เราจะทำอย่างไร ให้ ลูกค้ามาบ่อยๆ ตัดขนให้ได้ราคา และไม่ใช้เวลานาน  จนถึง ทำอย่างไรให้ธุรกิจของเราเติบโต มีผลกำไรงามๆ แต่เราทำงานให้น้อยลง   จะดีแค่ไหน หากเราได้เรียนรู้ วิธีคิดแบบนี้ โดย อ. ที่คิดมาให้แล้ว

                   แต่ทั้งหมดที่กล่าวมา คุณจำเป็นต้อง ลองลงมือดูก่อน ว่าทำได้ไหม (แพ้ละอองขนสุนัขไหม)  >>> ค่อยเลือก สถาบัน ครูสอน>>>เริ่มเรียน

                 เราเข้าใจดีว่า ไม่มีใครอยากลงทุนผิดพลาด   ทางโรงเรียนจึงมีนโยบาย  ให้ท่านที่สนใจจริง

มาทดลอง เรียนตัดขน ฟรี ก่อน   โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนมาด้วย

 

ขอทดลองเรียนเลย

http://perfectdogsthailand.com/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5/

 

 

ด้านล่างนี้ สำหรับผู้ที่ลงเรียนกับเราแล้วน่ะ

ผมพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป โดย

  1. นักเรียน ของเรา ได้ซื้อในราคาย่อมเยาว์ ถูกกว่าตามท้องตลาดมาก  และใช้เฉพาะที่ ควรใช้เท่านั้น
  2. นักเรียนได้ฝึกกับ สุนัขจริง หน้างานจริง สายพันธุ์แท้  มีสุนัขเตรียมไว้มากกว่า 300 ตัว แล้วผมสอนเองครับ รับนักเรียน 3 ท่าน/เดือน เท่านั้น
  3. สถานที่เรียน สวย สะอาด เย็นฉ่ำ หาอาหารทานง่าย ราคาไม่แพง ที่จอดรถกว้างขวาง ไม่โดดแดด ปลอดภัย
  4. สำหรับนักเรียน ตจว. มีที่พัก ใกล้โรงเรียนมากมาย ตั้งแต่ราคา 2000 ขึ้นไป
  5. ทางโรงเรียน มีเบอร์ผู้จำหน่าย สินค้าไว้ขายมากมาย และแหล่งสินค้าราคาถูก คุ้มการลงทุน
  6. โรงแรม รีสอร์ท สมัยใหม่ นิยม สร้างแชมพู และน้ำหอม ที่เป็นเอกลักษณ์ของตน ทั้งนั้นเราจึงนำ หลักสูตรทำแชมพู และน้ำหอม มาเป็น บทหนึ่ง ของการสอน

ราคาข้างต้นนี้ ยังคง แถม

-คอร์ส ทำแชมพู และน้ำหอม สุนัข  สูตรดร.โสภณ(ภาควิชาเคมี ม.จุฬา) มูลค่า 5000 บาทฟรี…

เสื้อคลุมตัดขน เนื้อผ้าอย่างดี มูลค่า 1000 บาท   

-กระดาษกันฝุ่น อย่างดี 3 M จำนวน 1 Pack

 

 ยินดีให้คำปรึกษา 081 4977774 หรือ 089 0742999

 

 

ที่มาของช่างตัดขนสุนัข

 

ที่มาของอาชีพนี้ >>> ช่างอาบน้ำ ตัดขนสุนัข >>> ครูสอน
****************************************
เรื่องจริงที่จะเล่าต่อไปนี้ ผมไม่ได้จะเรียกร้องความเห็นใจ  แต่อยากให้กำลังใจ กับผู้อ่าน ครับ

 

ผมอาจเหมือน ใครๆ ก็ได้ ที่กำลังจะอ่านอยู่ หรือแย่กว่า แต่ผมเลือกที่จะดิ้นรนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น กว่าเดิม

อาจต้องใช้เวลาบ้าง พักบ้าง  แต่อย่าถอยครับ

เริ่มเลยดีกว่า
คนที่มาทำอาชีพนี้ ส่วนใหญ่จะฐานะดี ต่างจากผมสิ้นเชิง ผมเป็นพนักงาน เงินเดือน (น้อย) ครับ

พ่อแม่ต่างมีครอบครัวใหม่ ผมจึงได้สิทธิ์ อาศัยกับอากงครับ (คิดแบบง่ายๆ คือไม่มีใครเอา ส่งผมไปอยู่กับญาติ)

หลังจากจบ ป.ตรี มาเงินเดือนของผม อยู่ ระดับ 4000 ถึง หมื่นกว่าบาท มานานแล้ว ขึ้นบ้าง ลงบ้าง

ตามโชคชะตา ฟ้าเล่นตลก

มีครั้งหนึ่ง ไปสมัครงาน ตกลงรับเรียบร้อยแล้วน่ะ  กับ บริษัท wat…  จำกัด(คล้ายๆร้าน Boot)  ตกลงวันเริ่มงานกันแล้ว

ผมก็ลาออกจากที่เดิมเรียบร้อย ใกล้วันทำงาน ดันโทรมายกเลิกการจ้างซ่ะงั้น  ฝ่ายบุคคล บอกว่าหากมีสัญญาจ้างงาน ก็เอาผิดเค้าได้

(โถ ผมอายุเพียง 20 กว่าๆ จะไปฟ้องร้อง อะไรเป็น แค่ไม่ตกงานก็พอแล้ว)

จากนั้น 1 สัปดาห์ ผมก็ได้งานใหม่ เก่งไหมล่ะ  งานนั้นคือ มอเตอร์ไซด์วิน ครับ

ตอนนั้น สิ่งที่ผมกลัวที่สุด คือไม่มีเงินซื้อข้าวกินครับ เพราะผมกลับถึงบ้าน ไม่มีพ่อแม่หาอาหารให้

ไม่มีใครคอยปรึกษา ปลอบใจ ส่วนอากง แกไม่ยุ่งกับใครเลยสักคน   

เงินที่ได้ จากมอไซด์วิน เอาไปถ่ายรูป สมัครงาน จำได้ว่าสมัครไป เกือบ 30 บริษัท ทานข้าวเพียง 1 มื้อตอนเย็น ครับ

แป๊ปซี่ราคา 5 บาท ผมยังไม่กล้าซื้อทานเลย จากนั้น 3 เดือนผมก็ได้งาน

( ขณะที่ ผมอยู่หลังมอเตอร์ไซด์ ทุกๆวัน ทำให้ผมคิดได้ว่า เราต้องทำงานเยอะๆ ต้องอดทน หนักนิดเบาหน่อยต้องอดทน มากกว่าที่เคย )   

บริษัทใหม่นี้ผมได้ค่าจ้าง 1หมื่นบาท ผมไปทำงานประมาณ 6-7วัน / สัปดาห์

ทั้งปี แทบไม่หยุด กลับบ้านเกือบ 3 ทุ่ม ใครๆ ก็บอกว่า ไม่มีธุระไปไหนบางหรือ ??

เจ้านายก็เอ่ยชม ว่า เค้าขยัน เก่ง ไว้ใจได้  บลา บลา ….

ก่อน วันประกาศ รางวัลพนักงานดีเด่นประจำปี มาถึง  ผมคิดในใจ ว่า เราน่าจะติด1 ในนั้น

แต่ไม่ได้หวัง อะไรไปมากกว่านี้ เพราะมีหลายๆ ท่าน ก็ทำได้ดีกว่าผม

เย็นวันนั้น เจ้านาย ก็ เรียกเข้าไปคุย เพื่อนๆ ก็ส่งยิ้มให้ เชิงว่า ดีใจด้วยน่ะ

 

(คุณว่าผมได้ขึ้นเงินเดือนเท่าไหร่จากเดิม 10,000บาท)  ผมอยู่ในห้องนั้น ร่วมชั่วโมง

 

ผมออกจากห้องหนาวๆ นั้น ทั้งน้ำตา ตาบวม ง่วงนอน ปวดตา สับสน งงกับเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด

ตกลงที่ผ่านมาผมโดน คนทั้งบริษัท หลอกหรือ ???
เพราะนายจะลดเงินเดือนลง 3000 บาท (เนื่องจากผมวางบิลลูกค้าไม่ทัน  เจ้านายต้องลงมาช่วย งานบ่อยๆ แต่ผมกลับเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่า

เจ้านาย คงอยากลงมาดูเอง เพราะมันเป็นเรื่องเงินของท่าน

อืม !!!  ขอย้อนไป @ วันแรกของที่นี่ ก่อนครับ
ผมสมัครเข้ามาตำแหน่งบัญชีน่ะครับ  บริษัทนี้เปิดมาได้ 6 เดือน  ตำแหน่งที่ผมทำอยู่ ออกไปแล้ว 3 คน

เจ้านาย และกรรมการ บอกกับผมว่า  หวังว่าเธอจะไม่เป็นอยากคนอื่นๆน่ะ เพราะฉันเบื่อการสอนงาน ทำเป็นแล้วไป …..

>>งานทั้งหมด ผมเรียนรู้ เพียง 1 เดือน จากนั้น ผมเริ่มวางระบบให้งานไวขึ้น นายชอบมากๆ ต่อมาเจ้านาย

ก็เพิ่มงาน ให้ผมเรื่อยๆ ตั้งแต่ส่งเอกสาร วางบิล ทำรายงานให้ผู้ว่าจ้าง ไปประชุมร่วมกับนาย ยกของ

จัดซื้อคอม ซ่อมคอม เอาเงินไปเข้าBank จ่ายเงินเดือน โทรทวงหนี้

จนถึงไปเอากระโปรงของเจ้านาย ที่ ห้างมาบุญครอง >>> นี่แหละ ครับ เลยทำงานไม่ทัน)

 

ขออนุญาติ ย้อนกลับไป เล่าเรื่อง ตอนที่อยู่ในห้อง กับเจ้านาย

ผมบอกแกว่า หากลดผมเหลือเหลือ 7000 บาท ผมคงไม่พอใช้แน่ๆครับ
เพราะมีหนี้บัตรเครดิต อีก จึงขอเปลี่ยนจากแผนกบัญชีและคอมพิวเตอร์ และ เลขา และคนส่งเอกสาร

>>>ไปรับตำแหน่งใหม่ คือ แผนกทวงหนี้

(เพราะแผนกนี้มีค่าคอม แผนกนี้เท่านั้น ที่จะทำให้ผมมีโอกาสได้รายได้เท่าเดิมได้ แต่เจ้านายกลับ ให้เงินเดือนผมเพียง 4000+ค่าคอม)

ต่ำกว่าพนักงาน ที่จบตรี  ไม่มีประสบการณ์ทุกคน
ถึงตรงนี้ น้ำตาผม ร่วงเลย แสดงว่า ที่ผ่านมา ผมไม่มีค่า กับ เจ้านายเลย  จริงๆ

ก่อนออกจากห้องนั้น เจ้านายบอกว่า หากมี ทีทำงานที่ดีกว่านี้ ทำไมไม่ไปลองสมัครดู

เค้ายินดีน่ะ ผมก็บอกว่า ผมไม่ได้หางานใหม่เลย ผมขอโอกาสใหม่ครับ …
(เป็นงัยบ้างผู้อ่าน ผมทำใจง่ายๆไหม ผมยังไม่รู้เลยว่า ผมผิดตรงไหน)

ผมอยู่แผนกทวงหนี้ อย่างมีความสุข ทำงาน 6 วัน พอเวลา17.00 น.มาถึง ผมกลับบ้านทันที

รายได้ประมาณ 12000-15000 บาท ทำไปได้ 1ปี
เจ้านาย และกรรมการ แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแผนก
พร้อมเสนอเป็นเงินเดือนเพิ่มเป็น 12000 บาท มีค่าคอม แต่จ่ายเป็นรายปีน่ะ คิดดูแล้วน่าจะได้ 20000 บาท/เดือน
ผ่านไป 6 เดือน ผมดันไปทะเลาะกับลูกน้อง ผมโดนลดตำแหน่ง (แทนที่จะไล่ลูกน้องผมออกไป) ดันลงโทษกับผม ลดเงินเดือนผมลงที่เดิม ค่าคอมที่ตกลงไว้ ไม่ได้ ครับ (ตอนแรกผมก็อยู่ของผมดีๆ อยู่แล้ว มายุ่งกับผมทำไม)

จากนั้นก็เริ่มหางานใหม่

ณ ปี 2000 ผมเปลี่ยนงานครับ ที่เก่า ไม่น่ารุ่ง เน๊อะ

ที่ใหม่ งานเบาๆ บริษัทเล็กๆ ไม่มี OT คนน้อยๆ
แต่ที่นี่ ก็มีปัญหา อีก เหมือนกัน
เจ้านายผู้ชาย ไม่ชอบกลับบ้าน ใช้เงินเปลือง ไปติดเด็กๆ

ภรรยานาย อึดอัด ช้ำใจ ผมก็สงสารเธอน่ะ แต่เธอมาระบายที่ผมครับ
ไม่ใช่ ระบายความในใจน่ะครับ แต่ เป็น ระบายอารมณ์ แทน
เพราะเหตุที่เป็น ผู้ชายด้วยกันกับสามีเธอ
ตะโกนด่าผม บ้าง ว่า ผู้ชายก็เลวหรือกันหมด บ้างก็ เต๊ะโซฟา โชว์ผม  บ้างครั้งก็ ทุบเครื่องถ่ายเอกสารบ้าง ….

เฮ้อ .. นี่แหละ ชีวิต
จากนั้น วันหยุดจึงไปหารายได้พิเศษ จึงพบกับงาน ประหลาด ครับ  อาบน้ำหมา

หมาต้องเข้าร้าน อาบน้ำ ด้วย   อืม.. แต่ทำไปเรื่อยๆ ก็ดีน่ะ (ไม่ต้องยุ่งกับคน ผมว่า มนุษย์ ด้วยกันนี่แหละ ตัวปัญหาเลย )

ผ่านไป 1 ปีกว่า เจ้าของร้านเดิม ไม่อยากทำต่อ อยากขายกิจการให้ … เราจึงเริ่ม หายืมเงิน คุณพ่อคุณแม่ ไม่มีแน่นอนครับ เพื่อนที่สนิทกัน เพียงเอ่ยปาก ก็เลิกคบแล้ว ในที่สุด อาม่า ก็เห็นใจให้ยืมเงินเฉพาะ มาเซ้งร้าน เฮ้อ.. กว่าจะได้
แต่ อุปกรณ์ ในร้าน เก่าทั้งหมด และมีเพียง 1 ชุด เท่านั้น
หากวันไหน อุปกรณ์ชำรุด ต้องตื่นแต่เช้า รีบไปหาร้านซ่อมให้ได้
**ทุลักทุเลมาก**

ผ่านไปได้ 2 ปี ไถจนชำนาญ ใช้กรรไกรได้ดี ระดับหนึ่ง กับสุนัขขนสั้น ๆ หรือพวกทรงแกะสั้น แต่ก็มีข้อสงสัยหลายๆอย่าง และผมดันทำไม่ได้ อีกเสียด้วย

เช่นตัดขนสุนัข ขนยาวๆ เกิน 1 นิ้ว ตัดทีไร เป็นหลุม ทุกที
หรือลูกค้าบางคน อยากให้สุนัขหัวใหญ่ บางคนหัวเล็ก แล้วไปลงตัวตรงหล่ะ
หรือผมอยากให้ สุนัขออกจากร้านไป 2-3 เดือนก็ยังสวย เป็นทรง
แล้วก็ อยากตัดได้หลายๆ สายพันธุ์

มีความต้องการเยอะ แต่ทุนน้อย

จึงต้องเสาะหานานหน่อย
แล้วก็พบ อาจารย์ ท่านตัดขน มายุคแรก ๆ ของประเทศไทยเลย
เคยถวายงาน คุณฟูฟู ประจำวังศุโขทัย

จากนั้นก็ รวบรวมเงิน ไปเรียน ผมใช้เวลาเก็บถึง 5 เดือน
แต่ผมไม่มีอุปกรณ์ ไปเรียน หรอก เพราะหากเอาไป ที่ร้าน ก็ไม่มีใช้
ระหว่างเรียนไป ก็ ยืม อาจารย์ ไป อาย เพื่อน และอาจารย์๋ จริงๆ
เพราะ ทุกๆ คน มีเครื่องมือทั้งนั้น

จึงค่อยๆ ซื้อ โดย เอากำไรน้อยๆ ของที่ร้านไปซื้อ
แต่ผมก็พยายาม เสาะหา แหล่งอุปกรณ์ราคาถูกๆ
ปรากฎ ว่า อุปกรณ์ เหล่านั้น ที่ผมหามา มีราคาถูก กว่า ที่ เพื่อนเคย ซื้อ

อาจารย์จึงอนุญาตให้ เอาอุปกรณ์ ไปขาย รุ่นน้องได้
แล้วเอากำไร เหล่านั้น ไปซื้ออุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายที่ไปเรียน

ผมเรียน จนได้เป็นครูผู้ช่วย สอนตัดขน ให้กับ รุ่นน้อง

บางวัน ก็ไปช่วยอาจารย์สอน บางวันก็ ขอตัวกลับมาดูแลที่ร้าน

เพราะ ลูกค้าที่ร้าน เริ่มจะเยอะ ขึ้นเรื่อยๆ

จากนั้น ก็เริ่มมีนักเรียนมาเรียน เรื่อยๆ

ขอบคุณ น่ะที่ อ่านจนจบ เลย