จะเรียนตัดขนสุนัขเอง หรือจะจ้างช่างตัดขนสุนัข มาเลย ???

ถ้าเปิดร้านตัดขนสุนัข เราจะทำเอง หรือจ้างช่างมาช่วยตัดขน … ดี ???

สำหรับ ผม ไม่กล้ายืมจมูกคนอื่นหายใจครับ
ถ้าเราทำไม่ได้ เราต้องหาเงินมาจ่ายค่าแรงช่าง และต้องง้อช่าง ให้ทำงานอีก

เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ผมกับแฟน ตัดขนสุนัขกัน เพียง 2 คน. จนวันหนึ่ง สุนัขมาตัดขน มากขึ้น น่าจะเกิน 20 ตัว เริ่มทำงานส่งลูกค้า ไม่ทัน !!! ถึงจ้างช่าง..เพิ่ม แต่เอาคนที่ไม่เคยมี ปสก . มาฝึก จนเก่ง แล้วก็มีร้านอื่นมาดึงไป !!! แล้วก็หาใหม่ 
-เคยมีหลายครั้งที่ ช่าง..ก่อนไป บอกเราว่า ถ้าไม่มีเค้า ร้านผมต้องปิดกิจการ

-หรือบางครั้ง ช่างรวมตัวกัน หยุดงาน

ผมบอกกับช่าง ไปเลย ว่าหยุดได้ 555

เฮียกับเจ๊ ทำกัน 2 คนได้
วันนั้นทำไป 12ตัว รู้สึกงานน้อยมาก สบายๆ 
คิดในใจ ว่า วันนี้ ประหยัดค่าแรงไปได้มาก

น่าจะเป็นข้อคิดให้หลายคน ได้น่ะครับ
บางที เหนื่อยกายดีกว่า เหนื่อยใจ

.jpg

Picture 1 of 118

ตัดขนสุนัข เพื่อประกอบโฆษณาการลงทุนสินทรัพย์ ของ ธ.ไทยพาณิชย์

        ขอขอบคุณทีมโฆษณา ที่เลือก Perfectdog มาแต่งขนสุนัข สายพันธุ์ Chow Chow

      การตัดขนสุนัข เพื่อการโฆษณา ทางทีมงาน จะแจ้งวัตถุประสงค์ ของโฆษณา การตัดแตกต่างจากการตัดขนสุนัขโดยทั่วไป ที่เน้นไปทางสวย หรือสั้น หรือทั้งสวย และแฟชั่น  แต่การตัดขนถ่ายโฆษณาครั้งนี้ โปรดิวเซอร์ จะให้วัตถุประสงค์ ของงาน แล้วทาง อ.jack (เจ้าของโรงเรียนสอนตัดขนสุนัข perfectdog) นำมาออกแบบทรงขนสุนัข  เมื่อถ่ายโฆษณาเสร็จ ทางเรา ต้องมาเก็บขนสุนัข ให้สวย เพื่อให้เจ้าของสุนัข ชอบใจ 

 

และทางเราของขอบคุณ เจ้าของสุนัข และคุณอุ๋ย ผู้ประกาศข่าว 

เอาสนิมออกจากใบมีดปัตตาเลี่ยน

               เมื่อช่างตัดขนสุนัข ใช้ใบมีดปัตตาเลี่ยนไปสักพัก จะเกิดสนิมแดงขึ้น ซึ่งทำให้รู้สึกว่า ใบมีดจะไม่สวย เหมือนเดิม

 วันนี้ ทางperfectdog จะแนะนำ การเอาสนิมออก ด้วยวิธีประหยัดสุดๆ   ไม่ถึง 100 บาท

               wenol หาซื้อได้ตาม homepro ,ร้าน hardware ทั่วไป  นำมาขัดไม่ถึง 2 นาที   ใบมีดจะกลับมาเงาดังเดิม

เอาลองไปใช้กันได้น่ะ  ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อใบมีดปัตตาเลี่ยนใหม่

 

ภาษีป้าย แบบเจาะลึก

ถ้าเราค้นๆ หาความรู้ด้านภาษีป้าย จะได้ความรู้แบบคร่าวๆ แต่วันนี้ จะเอาความรู้แบบ
เจาะลึก มาเผยแพร่ และตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ อย่างลึกซึ้ง
เพื่อประหยัด ค่าภาษี ได้หลายพันบาทต่อปี  หรืออาจจะไม่จ้างทำ แล้วต้องรื้อ ออก
     
      อย่างที่ทราบภาษีที่เกี่ยวกับธุรกิจ petshop หรือร้านอาบน้ำตัดขนสุนัข
มี 3 ตัวหลัก คือ ภาษีรายได้,ภาษีโรงเรือน,ภาษีป้าย
วันนี้ จะมาให้ความรู้เรื่องภาษีป้าย   ถ้าเราค้นทาง google จะได้ความรู้ประมาณนี้
ว่า
ภาษีป้าย มีการคำนวณ 3 อัตรา
อัตราค่าภาษีป้าย
ป้ายประเภทที่ 1 หมายถึง ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน ให้คิดอัตรา 3 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร

ป้ายประเภทที่ 2 หมายถึง ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ หรือปนกับภาพและเครื่องหมายอื่น ให้คิดอัตรา 20 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร

ป้ายประเภทที่ 3 หมายถึง (ก) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่ามีภาพหรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่ หรือ (ข) ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ ให้คิดอัตรา 40 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตรเมื่อคำนวณพื้นที่ของป้ายแล้วถ้ามีอัตราต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียค่าภาษีป้ายละ 200 บาท

ป้ายประเภทที่ 4 หมายถึง ป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายที่ได้เสียภาษีแล้ว อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้คิดอัตราตาม (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี และให้เสียเฉพาะจำนวนเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น

ลักษณะป้ายที่ต้องเสียภาษี ป้ายไวนิล,ป้ายล้อเลื่อน ,สติ๊กเกอร์ติดกระจก ,ธงญี่ปุ่น
ป้ายไฟ เป็นต้น

แต่วันนี้ เรามาเจาะ ลงลึกกัน ดูตามภาพตามครับ

 
-ป้าย กลมเล็ก ลอยมี 2 ด้าน ขนาด 60 ซม*60ซม =3,600 ตรซม 
แล้วหาร ด้วย 500 ได้ค่า 7.2
ถ้า มีเศษ ไม่เกิน 0.5 ปัดเศษทิ้ง แต่ถ้า 0.6 ปัดขึ้น
แต่ป้ายแบบนี้เสีย 2 ด้านน่ะ เพราะมี 2 หน้า
ลักษณะโลโก้ ขึ้นบน ตามด้วยภาษาอังกฤษ แบบนี้เข้าข่าย อัตรา 40 บาท เสีย 280 บาทต่อด้าน รวม560 บาทต่อปี

เคล็ดลับคือนำภาษาไทยไปติดเหนือ โลโก้จะ เสียอัตรา 20 บาทแทน

จะเหลือเพียง 400 บาทต่อปี

 
รูปต่อไป
 
 
-สติ๊กเกอร์ ตัวหนังสือ ติดกระจก *เสียภาษีด้วยน่ะ *   วิธีคิด เค้าจะวัด  
กว้าง*ยาว ตามภาพได้ 120 ซม*190 ซม = 22,800 
ส่วนนี้ เสียอัตรา 40 บาท เพราะไม่มีตัวภาษาไทยอยู่บน เสียค่าภาษี 1,840 บาท  

เคล็ดลับ เอาภาษาไทยทั้งหมด ไปอยู่ด้านบนแทน ค่าภาษี จะเก็บเพียง 920 บาทเอง

*** แต่ถ้าเราเอาภาษาไทย ไว้ด้านบนสุด แล้วบรรทัดตามด้วยภาษาอังกฤษ และตามด้วยภาษาไทย อีก
แบบนี้  เสียอัตรา 40 บาทน่ะ

 
 
ต่อไป
 
 
 
-สติ๊กเกอร์ ติดกระจก  ป้ายโลโก้ วงกลมดำ ขนาด 55 ซม * 55 ซม ได้พื้นที่ 3,025 แล้วหารด้วย 500 จะได้ค่า 6.05 แล้วปัดลงเหลือ 6
แบบนี้เสียอัตรา 40 บาท เสียภาษี 240 บาทต่อปี

เคล็ดลับ  เลียนแบบ ภาพแรกด้านบนสุด เมื่อคำนวณภาษี แบบ 20 บาท (6*20) เสีย 120 บาทแต่
มีกฎว่า ถ้าคำนวณภาษีแล้วต่ำกว่า 200 บาท ให้คิด 200 บาท ฉนั้น ป้ายอันนี้เสีย 200 บาทต่อปี

 
ต่อไป
 
 
 
-ป้ายโลโก้ ใหญ่  เสียแบบอัตรา 40 บาท เพราะไม่มีภาษาไทยเลย
เสียค่าภาษี 1,800 บาท
 
***เคล็ดลับ **** นำภาษาไทย ไปแปะ บนโลโก้ จะเสียเพียง 900 บาท
 
ต่อไป
-ป้ายคำว่า perfectdog มีภาษาไทยอยู่บนสุดภาษาอังกฤษ เสียอัตรา 20 บาท
920 บาท
 
ถ้าเราจะทำป้ายโฆษณา ก็ควรอ่านบทความนี้ จะได้ ประหยัด ได้หลายพัน ต่อปีเลย 

ฝากเพจ และเวป ด้วยจร้า

http://www.facebook.com/Perfectdogs

 
 
 
 
 

แจกสูตรแชมพูหมา แมว -รับรองไม่แพ้

แจก สูตรแชมพูหมา แมว ผลทดสอบกับหน้างานจริงๆ มากกว่า 100,000 ตัว ไม่แพ้

 

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.TEXAPON N8000  คือ เป็นสารลดแรงตึงผิว  เป็นสารทำความสะอาดที่ให้ฟองดีมาก.  สารพวกนี้ได้มาจาก coconut
ใช้ 25-30%
2.น้ำกรอง RO หรือ น้ำตู้กด หยอดเหรียญ
3.Dehyton KT. หรือ Cocamido Propyl Betaine 20-30%
4.Comperan-KD. หรือ Coconut Diethanolamide 20-30%
5.หัวน้ำหอม 1%.- 5% แล้วแต่กลิ่นฉุนหรืออ่อน
6.กรดมะนาว หรือ Citric acid ซื้อมาเป็นผง แล้วละลายน้ำกรอง RO ก่อนใช้ปรับค่า
7.กระดาษลิตมัส ค่าpH 1-14  
8.สีผสมอาหาร ผสมน้ำกรองRO  ก่อนเทใช้
9.เหยือกพลาสติก 1-2 ลิตรก็ได้
10.แก้วตวงขนาด 100 cc
11.เกลือ sodium chroline ต้องมาผสมน้ำROก่อนใช้ 

หาซื้อได้ตามร้านเคมีภัณฑ์ฮงฮวด ,วันรัต และร้านอื่นๆอีกเพียบเลย.

 

สูตรแชมพูอาบน้ำสุนัข

เปิดเผยสูตรแชมพูหมา แมว อย่างง่ายๆ ไม่แพ้แน่นอน 

 

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.TEXAPON N8000  คือ เป็นสารลดแรงตึงผิว  เป็นสารทำความสะอาดที่ให้ฟองดีมาก.  สารพวกนี้ได้มาจาก coconut
ใช้ 25-30%
2.น้ำกรอง RO หรือ น้ำตู้กด หยอดเหรียญ
3.Dehyton KT. หรือ Cocamido Propyl Betaine 20-30%
4.Comperan-KD. หรือ Coconut Diethanolamide 20-30%
5.หัวน้ำหอม 1%.- 5% แล้วแต่กลิ่นฉุนหรืออ่อน
6.กรดมะนาว หรือ Citric acid ซื้อมาเป็นผง แล้วละลายน้ำกรอง RO ก่อนใช้ปรับค่า
7.กระดาษลิตมัส ค่าpH 1-14  
8.สีผสมอาหาร ผสมน้ำกรองRO  ก่อนเทใช้
9.เหยือกพลาสติก 1-2 ลิตรก็ได้
10.แก้วตวงขนาด 100 cc
11.เกลือ sodium chroline ต้องมาผสมน้ำROก่อนใช้ 

หาซื้อได้ตามร้านเคมีภัณฑ์ฮงฮวด ,วันรัต และร้านอื่นๆอีกเพียบเลย.

 

แชมพูสำหรับสุนัข ตอนที่2

ทำไม ถึงไม่ควรนำสบู่มาอาบน้ำสุนัข ????

แชมพู คืออะไร เอ่ย

บทความครั้งที่แล้ว ได้บอกไว้ว่า ค่าใช้จ่ายรายการหนึ่งที่น่ากลัว คือ แชมพู

ถ้าจ้างคนมาช่วยงาน

เค้าอาจจะไม่เห็นความสำคัญและราคา 

อาจใช้แชมพูหมด หลายแกลลอนต่อสัปดาห์  

คนในสมัยก่อน นิยมใช้น้ำสบู่ เพื่อชะล้างความสกปรกบนเส้นผม และหนังศรีษะ

ซึ่งไม่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะสบู่ ทำปฏิกริยากับ น้ำ เกิดเป็นด่าง 

ซึ่งค่า ph ที่เหมาะสมผิวหนังของมนุษย์ คือ 5.5

แล้วph ที่เหมาะสมกับ สุนัข และแมว คือ 7.0

ฉนั้น สบู่ หรือแม้แชมพูของคน ก็ไม่ควรมาใช้กับสุนัข

มีผลทำให้ อาจเกิดระคายเคืองในบางรายเส้นผมหวียาก เปราะ ไร้ความเงางาม

แต่จนปัจจุบันได้พัฒนา เป็นแชมพู โดยสารประกอบหลักคือ สารลดแรงตึงผิว

ครั้งหน้า .jack จะมาให้ความรู้ เกี่ยวกับสารลดแรงตึงผิวกันน่ะ

อย่าลืม กดไลค์ กดแชร์  น่ะจ๊ะ

 

 

shampoo for dog

ไม่อ่าน คือ พลาด !!!

การสร้างรายได้หลัก ของธุรกิจ grooming คืออะไร 

ลองนึกดูก็ได้ ว่าคนเรา 

สระผม ,ตัดผม ,ทำสี ,ดัดผมอันไหนทำบ่อยที่สุดคำตอบคือ สระผม

ในธุรกิจ grooming ก็เช่นกัน 

เทคนิคลับ คือ หากใครสะสมลูกค้า อาบน้ำได้ มาก ย่อมได้เปรียบ รายได้จะวนกลับมาไว

และข้อสำคัญ คือ ไม่แนะนำ ให้โกนขนสุนัข

เพราะ ….  ไม่มีใคร เข้าร้านสระผม ในขณะที่หัวโล้น

เมื่อผู้อ่านทราบ รายได้หลัก ของธุรกิจเรา แล้ว. ก็ยังไม่พอน่ะ

ควรทราบ ค่าใช้จ่าย ที่เกี่ยวกับ การอาบน้ำ ด้วย เราจะได้เหลือ กำไร เยอะขึ้น 

ค่าใช้จ่ายสำคัญ คือ ค่าแชมพู และค่าไฟ 

ถ้าเราเป็นเจ้าของ ทำเอง. ค่าใช้จ่ายข้างต้น

จะไม่มาก. แต่ถ้าจ้างคน มาช่วย

ให้คุม ค่าใช้จ่าย กับปริมาณสุนัข ให้ดี

.แจ๊ค. เคยเสียค่าแชมพูถึง 6,000 บาทต่อสัปดาห์ จึงอยากเตือนกันไว้

นั่นคือที่มา ของการอยากทำ แชมพู เอง

 

 

3 ภาษีที่ ต้องรู้ สำหรับร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยง Petshop

3 ภาษี ที่ต้องรู้ เกี่ยวข้อง กับธุรกิจ petshop & grooming

แชร์เลย!!! แล้วจะหาว่าไม่เตือน

 
       บางทีเราเปิดร้านค้า เราก็อยากให้ขายดี มีกำไรไม่มาก พออยู่ได้ ก็พอแล้ว จึงคิดถึงกลยุทธุ์การตั้งราคาสินค้าและบริการให้ ถูก !
โดยคำนวณ รายได้หักทั้งค่าเช่า ค่าน้ำไฟ ค่าแรง
เหลือกำไร นิดหน่อย  ส่วนใหญ่ คนเปิดร้านใหม่ๆ จะคิดแบบนั้น 
แต่ แต่ แต่ มีค่าใช้จ่ายที่สำคัญ อีก3 รายการ ที่ห้ามลืม คือ ภาษี หรือ TAX จำนวนเงินที่จ่ายค่าภาษี ไม่น้อยเลยน่ะ บางท่านไม่ทราบมาก่อน เจอคิดย้อนหลัง
ถึงกับ นอนไม่ได้ไป หลายวันเลย 
 
ภาษี 3 รายการ ที่ต้องรู้
 
1.ภาษี เงินได้(บุคคลธรรมดา) เกิดจากเรามีรายได้ในประเทศ ภาษี นี้ แบ่งเป็นยื่นกลางปี และสิ้นปี ยื่นที่สรรพากรพื้นที่..
petshop เสีย 80% ของรายได้
และ Grooming เสีย 70% ของรายได้
 
TIP! เราสามารถนำค่าใช้จ่ายบางอย่าง มาหักได้ ประกันชีวิต ,มีบุตร ,ค่าการศึกษาบุตร
 
 
2.ภาษี โรงเรือน (ร้านค้า) ภาษีนี้ คิดจาก
พื้นที่ (กว้าง*ยาว=ตรม. )*อัตราทำเล*จำนวนเดือนที่ประกอบทั้งปี*อัตราภาษี 12.5%
** ถ้ากรณีเช่า ก็ต้องตกลงว่า ใครเป็นผู้จ่าย
 
TIP! ถ้าเรามีตึก หลายๆชั้น ควรใช้เพื่อการค้าเพียงบางชั้น ไม่ควรวางสินค้า อุปกรณ์กระจัดกระจาย ไปทุกๆชั้น
 
 
3.ภาษีป้ายเพื่อโฆษณา
วิธีคิดจากขนาดป้ายโฆษณา
แบ่งวิธี คิด
-ป้ายแบบที่มีอักษรไทยล้วน (ถูกสุด) 3 บาท/500 ตร. ซม.
-ป้ายอักษรที่มีอักษรไทยที่ปนกับอักษรต่างประเทศ ภาพ หรือเครื่องหมายอื่นๆ 20 บาท/500 ตรซม
-ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยประกอบในป้าย หรือมีตัวอักษรไทยอยู่ต่ำกว่าภาษาอื่นๆ 40บาท/500 ตรซม
 
TIP! ควรมีภาษาไทยไปไว้บนสุดของป้าย อาจจะตัวเล็กๆ ก็ทำให้ภาษี ถูกลง จร้า
 
 
ผมหวังว่า ทุกๆ ท่านจะได้ วางแผนก่อน ทำธุรกิจน่ะ แต่ถ้าใครเจอปัญหานี้เข้าแล้ว ผมมีคำแนะนำหนึ่ง
ที่น่าใช้ คือ -เตรียม จำนวนภาษีที่เราสามารถจ่ายได้ไว้ในใจ
-เข้าไปคุยกับ เจ้าหน้าที่ คุยหลายๆครั้ง อย่ารีบสรุป จบในครั้งเดียว
-ขอความเห็นใจ ธุรกิจเราเป็นเพียงธุรกิจเล็กๆ สามารถ ต่อรองได้
-ห้าม!!! ยัดเงินใต้โต๊ะ
 
 
#ภาษีร้านอาบน้ำตัดขน #ภาษีpetshop
 
 
 

ใบมีดปัตตาเลี่ยนไม่คม

โรงเรียนสอนตัดขนสุนัข perfectdogs มีเคล็ดลับดีๆ มาบอกเล่าให้ฟังกันครับ

นึกถึงสมัยเปิดร้านอาบน้ำตัดขนสุนัขใหม่ๆ ในปีแรก  เงินทุนของเรา  น้อยนิด  อยากได้อุปกรณ์ที่จำเป็น สักชิ้น ต้องรอให้มีกำไรก่อน ถึงไปซื้อได้และตอนนั้นราคาสูงกว่าตอนนี้ ด้วยซ้ำ ขณะทำสุนัข ภาวนา ให้อุปกรณ์ในร้าน หากเสียหาย หรือชำรุด    มีเรื่องอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่เรา ต้องระวังเป็นอย่างมากๆ เพราะ หากไม่พร้อม จะตัดขนสุนัขไม่ได้เลย อุปกรณ์ชิ้นนั้น คือใบมีด ตัดขนสุนัข  หรือใบมีดปัตตาเลี่ยน เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ หากเราใช้เป็น รู้วิธีใช้ มันจะใช้ได้นาน แต่หากเรา ไม่ระวัง มันจะหมดคมเร็วมากๆ ปัญหาต่อมาคือ ไปลับคม บ่อยๆ จะสึกจนใช้งานไม่ได้ หมดอายุ Read more